เบื้องหลังการปฏิวัติ 2475




เบื้องหลังการปฏิวัติ 2475
พิมพ์ครั้งแรกในสุภาพบุรุษ ปี 2484
กุหลาบ สายประดิษฐ์

กุหลาบ สายประดิษฐ์ นักหนังสือพิมพ์อาวุโส และนักประพันธ์เจ้าของนามปากกา "ศรีบูรพา"
ผู้ต่อสู้กับเผด็จการ และเรียกร้องประชาธิปไตยมาโดยตลอด ชี้แจงถึงเจตนารมณ์ในการเขียน
"เบื้องหลังการปฏิวัติ" ไว้ ในปีพ.ศ. 2484 มีความตอนหนึ่ง ดังนี้
ความมุ่งหมายพิเศษของข้าพเจ้า ในการเขียนเรื่องนี้ อยู่ที่จะหาวิธีใหม่ต่อต้านมรสุมของระบอบเผด็จการ
ในเวลานั้น ข้าพเจ้านำพฤติการณ์ของการปฏิวัติ มาเรียบเรียงลงไว้ ก็ประสงค์จะให้เป็นข้อตักเตือน
แก่นักปฏิวัติกลุ่มหนึ่ง ที่ถืออำนาจการปกครองในสมัยนั้น ได้สำเหนียกถึงอุดมคติของการปฏิวัติว่า
เขาได้แสดงไว้อย่างไร และความประพฤติที่เขาปฏิบัติอยู่ เป็นปฏิปักษ์ต่ออุดมคติของเขาอย่างไร ข้าพเจ้าหวังจะให้เขาเหล่านั้น บังเกิดความละอายใจ และได้สำนึกตนว่า เมื่อเขาทรยศต่ออุดมคติของเขา
ซึ่งในเวลาต่อมา ได้กลายเป็นอุดมคติของประชาชนไปแล้ว ก็เท่ากับว่า เขาได้ทรยศต่อประชาชนนั่นเอง..."
ผู้เขียนเองในฐานะนักหนังสือพิมพ์ ที่สนับสนุนระบอบประชาธิปไตย คัดค้านเผด็จการ ภายหลังจากการเขียนหนังสือเล่มนี้ ได้ประสบชะตากรรมนานาประการ นับตั้งแต่ถูกโจมตี ใส่ร้ายป้ายสี ทางสถานีวิทยุกระจายเสียง ของกรมโฆษณาการสมัยนั้น ซึ่งมีเพียงสถานีเดียวทั้งประเทศ จนกระทั่งถึงถูกจับกุมขัง ในข้อหากบฏภายในราชอาณาจักร อันเป็นข้อหากระทำความผิดที่ร้ายแรงใหญ่หลวง เป็นอุกฉกรรจ์มหันตโทษ
ในฐานะที่เป็นเอกสารหลักฐานทางประวัติ ศาสตร์ "เบื้องหลังการปฏิวัติ 2475" มีคุณค่าน่าเชื่อถือยิ่งกว่าหนังสือประเภทนี้หลายเล่ม เพราะประการแรก ผู้เขียนในฐานะนักหนังสือพิมพ์ ได้มีประสบการณ์กับเหตุการณ์ทางการเมือง ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของไทยมาอย่างโชกโชน ในประการที่สอง ผู้เขียนพยายามให้ความเป็นธรรมแก่คณะผู้ก่อการ โดยเรียบเรียงอย่างถูกต้องเที่ยงตรงต่อความเป็นจริง โดยเฉพาะคำให้สัมภาษณ์ของพระยาพหลพยุหเสนา หัวหน้าคณะก่อการ ที่ได้เปิดเผยถึงมูลเหตุจูงใจ ในการคิดเปลี่ยนแปลงการปกครอง แผนการยึดอำนาจ ฯลฯ โดยแสดงให้เห็นถึง บทบาทของผู้นำคนสำคัญๆ ที่สามารถกระทำการยึดอำนาจรัฐจนสำเร็จ

ดำรงประเทศ


ดำรงประเทศ
ฉบับพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2474
โดย เวทางค์
(พ.ศ. 2451-2522)

ดำรงประเทศ เป็นจินตนิยายของเวทางค์ หรือนามจริงร้อยตรีทองอิน บุณยเสนา (ยศเวลา นั้น) ที่เสนอปรัชญาการเมือง ในแนวธรรมาธิปไตย ท่ามกลางกระแสประชาธิปไตย ที่นำเข้ามาจากตะวันตก กำลังพัฒนาอย่างทวีความเข้มข้น ในสังคมไทย จนเป็นเหตุนำไปสู่ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในปีต่อมา (พ.ศ.2475) โดยการอภิวัฒน์ ของคณะราษฏร

ดำรงประเทศ เป็นจินตนิยายที่ลุ่มลึก ทางปรัชญาการเมืองแบบตะวันออก เนื้อหาสาระและบทสนทนา ของตัวละครสำคัญ ชึ้ให้เห็นเด่นชัดว่า เป้าหมาย หรือจุดมุ่งหมายของรัฐ หรือการปกครอง คือธรรมะ "เป็นการปกครองโดยธรรม เพื่อความเป็นธรรมของราษฎร"

ความก้าวหน้าทางความคิด ที่อิงกับสัจธรรม หรือธรรมะในพุทธศาสนา ดังกล่าวนี้ มีอยู่มากมาย ดังจะเห็นได้จากตัวอย่าง เช่น เจ้าหญิงกนกเลขา ทรงตระหนักว่า การที่พระองค์ ทรงอยู่อย่างสุขสมบูรณ์ ไปทุกสิ่งทุกอย่าง มีชีวิตอย่างสุขสำราญ ในปราสาทราชวัง ราชอุทยาน และแวดล้อมด้วยนางกำนัลนั้น คุณค่าของพระองค์

"เป็นเพียงดอกไม้ ที่ล้อมรอบไว้ ด้วยความอับเฉา เป็นเพียงหุ่นของการเมือง และ เป็นเพียงรูปปั้นอันงาม ที่มีไว้สำหรับ ประดับพระราชวัง หรือบ้านเมือง แต่จะหาคุณค่าอะไร ให้มากไปกว่านั้น อีกไม่ได้ ไม่มีความรู้สึก ไม่มีหัวใจ นอกจาก มีแต่ความเปลือง ในค่าบำรุงรักษา มากกว่าสิ่งอันใด ทั้งหลายทั้งนั้น ซึ่ง ค่าบำรุงรักษาเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นน้ำแรง ของชาวเทวะปุระทั้งสิ้น คิดดังนั้นแล้ว เจ้าหญิงทรงพระกรรแสง อย่างมีความเจ็บช้ำ อย่างหนักที่ดวงใจ และที่หน่วยตา และทั้งๆ ที่ทุกสิ่ง ที่ล้อมพระองค์ อยู่โดยรอบนั้น เต็มไปด้วยความเกษม เต็มไปด้วยความหอมหวน และเต็มไปด้วย พิภพแห่งอุทยานสวรรค์"

ดำรงประเทศ เป็นจินตนิยายทางความคิดที่สำคัญ นอกจากเรื่องจะสนุก ภาษาจะดีแล้ว ยังเสนอปรัชญา การปกครอง ชีวิต และสงคราม ที่แอบอิงปรัชญาพุทธศาสนา เป็นแกนกลาง และจบลงด้วยธรรมะชนะอธรรม สงครามระหว่างสายเลือด ยุติลงด้วยการไม่จองเวร และคุณความดี ซึ่งเป็นความคิดที่ก้าวหน้ากว่า ชนชั้นนำของไทยในยุคนั้น หรือต่อมา

Search

GosuBlogger

Ads